WEEDA-F ดูแลอาการปวดต่างๆฟื้นฟูจากต้นเหตุ
WEEDA-F


วีด้า เหมาะสำหรับ
- ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
- โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
- โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
- นิ้วล็อค โรคฮิตของคนทำงาน
- บรรเทาอาการปวดข้อ
- สตรีวัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซียม
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง
- นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเป็นประจำ
- ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยืนเป็นเวลานานๆ
- ผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ กระดูกพรุน
- ป้องกันการเกิดโรคข้อเสื่อม
ส่วนประกอบที่สำคัญของวีด้า
กระดูกอ่อนปลาฉลามช่วยเสริมสร้างกระดูกอ่อนให้กลับมาแข็งแรง เคลื่อนไหวร่างกายได้สะดวก กระดูกอ่อนปลาฉลามที่เป็นส่วนประกอบของวีด้า ประกอบไปด้วยคอลลาเจน และสารในกลุ่มไกลโคสะมิโนไกลแคน ซึ่งสารในกลุ่มไกลโคสะมิโนไกลแคนนั้นโดยส่วนใหญ่เป็นสาร คอนดรอยติน (Chondroitin)โดยสารนี้เป็นส่วนประกอบของกระดูกอ่อน ทำให้กระดูกอ่อนมีคุณสมบัติยืดหยุ่น ทนทานต่อแรงกดดัน สามารถรองรับกระดูกข้อต่อได้
แคลเซียมคาร์บอเนตช่วยเสริมสร้างกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน แคลเซียมคาร์บอเนต นั้นเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น นมผง ชีส แยม หมากฝรั่ง ผักผลไม้กระป๋อง ยาลดกรด ยาแก้ท้องอืดท้องเสีย ยาบำรุงเสริมสร้างกระดูก และวีด้าก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนตนั้นมีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยให้มีระดับแคลเซียมในกระแสเลือดมากขึ้น แก้ท้องอืดท้องเสีย บรรเทาอาการกรดไหลย้อนและอาหารไม่ย่อย เป็นต้น
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ช่วยลดอาการปวดข้อ และป้องกันโรคไขข้ออักเสบ เบต้ากลูแคน (Beta Glucan) มีหน้าที่ในการช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายร่างกายที่ชื่อว่าแมโครฟาจ (Macrophage) ซึ่งภูมิคุ้มกันที่ว่านี้ สามารถทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคไขข้ออักเสบ ได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ดีบูนที่มีส่วนผสมของเบต้ากลูแคน สามารถช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการของโรคไขข้ออักเสบ ด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ
สารสกัดเข้มข้นจาก โสม (Ginseng) สรรพคุณของโสม จากการศึกษาวิจัยพบว่าโสมมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายที่สำคัญได้แก่
1. เพิ่มสมรรถนะในการทำงานของร่างกายให้สูงขึ้น
2. คุณสมบัติต่อต้านความเครียด (anti-stress effect
3. กระตุ้นระบบประสาท
4. เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย
5. มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด
6. ชะลอความแก่
7. ช่วยลดการปวดประจำเดือน
8. บำรุงผิว ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
9. ช่วยกำจัดคอลเลสเตอรอล
10. ช่วยกระตุ้นให้ไขกระดูกแข็งแรง
11. เสริมประสิทธิภาพทางเพศ
12. ลดและป้องกันมะเร็ง
สารสกัดจากตังถั่งเช่า (Cordyceps Extract)
สรรพคุณ
1. ช่วยเพิ่มความจำ ป้องกันโรคความจำเสื่อม
2. ช่วยลดการตายของเซลล์ในสมอง บำรุงไต
3. ช่วยบรรเทาอาการและรักษาไตอักเสบ นิ่วในไต
4. เสริมภูมิต้านทานให้กับผู้ป่วยโรคไต
5. ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ ให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
6. ช่วยชะลอความแก่ บำรุงร่างกาย ลดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย
7. ช่วยบรรเทาอาการและรักษาโรคภูมิแพ้ ให้ร่างกายมีสมดุล สำหรับผู้ที่มีบุตรยาก
8. ตังถั่งเช่าจะเติมเต็มน้ำอสุจิและไขกระดูก
9. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของปอดและหลอดลม
10. ช่วยบรรเทาอาการและรักษาโรคต่อมลูกหมาก
11. ช่วยบรรเทาอาการและรักษาอาการอ่อนเพลีย ปวดเอว
12. ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตในร่างกาย
สารสกัดจากตังกุยหรือโกฐเชียง
สรรพคุณ
1. กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณต่างๆของร่างกายมากขึ้น
2. บำรุงโลหิต ลดการดูดซึมคอลเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย
3. ต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งเป็นการป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
4. ใช้รักษาโรคที่เลือดในระบบหัวใจ การไหลเวียนของเลือด
5. ระงับปวด รักษาแผลฝีหนอง ลดอาการบวม เป็นต้น
สรรพคุณ
1. กระชายดำใช้บำรุงกำลัง
2. แก้ปวดเมื่อย และแก้อาการเหนื่อยล้า
3. กระชายดำช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
4. ช่วยขับลม
5. เป็นยาอายุวัฒนะ (เชื่อว่าช่วยบำรุงสมรรถภาพทางเพศชาย)
6. แก้จุกเสียด แก้ปวดท้อง
7. กระชายดำขับปัสสาวะ
8. หรือโขลกกับเหล้าขาวคั้นน้ำดื่ม แก้โรคมดลูกพิการ มดลูกหย่อน
9. ใช้กวาดคอเด็ก แก้โรคตานซางในเด็ก
10. ต้มดื่มแก้โรคตา
11. กระตุ้นระบบประสาท
12. รักษาสมดุลความดันโลหิต
13. กระชายดำช่วยขยายหลอดเลือดหัวใจ
14. ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร
15. รักษาระบบการย่อยอาหารให้เกิดสมดุลย์
16. แก้โรคบิด
17. รักษาผู้ป่วยเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเสื่อมของข้อเข่า
• อายุ พบว่า เมื่ออายุ 40 ปีเริ่มมีอาการข้อเสื่อม เเละเมื่ออายุ 60 ปี อัตราการเกิดโรคเพอิ่มเป็นร้อยละ40
• เพศ ผู้หญิงพบความเสี่ยงของโรคมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อของร่างกาย
• น้้าหนักตัวที่เกินมาตารฐาน น้้าหนักตัวมีความสัมพันธ์โดยตรงกับโรคข้อเข่าเสื่อม พบว่าน้้าหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงที่กระท้าต่อข้อเข่า 1-1.5 กิโลกรัม เเละที่สำคัญเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูก ส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น
• การทำกิจวัตรประจำวันที่ส่งผลต่อข้อเข่า เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ เป็นต้น
• กรรมพันธุ์ มีหลักฐานว่าโรคข้อเข่าเสื่อมสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
อาการของโรคข้อเสื่อม
- อาการในระยะเเรก
- มีการปวดของข้อต่อตามร่างกาย
- เคลื่อนไหวได้น้อยลง เนื่องจากเมื่อเลื่อนไหวเเล้วจะเกิดอาารปวด
- เมื่อไม่ได้ขยับข้อเป็นเวลานาน เกิดอาการข้อฝืด จะมีเสียงดีงในข้อ หรือเกิดการเสียดสีของกระดูก
- ภาวะข้อเสื่อมรุนเเรง
- มีอาการปวดรุนเเรง หรือเกิดอาการปวดตอนกลางคืน
- เมื่อเกร็งต้นขา อาจเกิดอาการปวดตรงบริเวณกระดูกสะเบ้า
- ข้อเข่าเสื่อม หรือโก่งผิดรูป
- มีอาการปวดเวลาเดิน หรือขยับ
สัญญาณที่บ่งบอกว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
- มีเสียงดังกร็อบแกร็บขณะขยับข้อ
- ปวดเข่า เข่าตึงขณะเคลื่อนไหว
- ข้อเข่าผิดรูป โดยเข่าจะเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งจากที่มีการสังเกต
- มีอาการฝืดของข้อในตอนเช้านานกว่า30 นาที
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายอวัยวะของตัวเองแต่ที่เป็นลักษณะเฉพาะของโรคและเป็นปัญหาทำให้ผู้ป่วยเกิดความพิการ คือ เกิดการอักเสบโดยเฉพาะข้อมือและข้อนิ้วมือ โดยสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่าเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม นอกจากนั้นตอนนี้ยังไม่มียาที่สามารถป้องกันการเกิดโรคและรักษาโรคให้หายขาดได้ เพียงเเต่มียาที่ช่วยบบรเทาอาการของโรคได้
- อาการของโรคข้อรูมาตอยด์ที่พบบ่อยคือ ผู้ป่วยที่เริ่มเป็นโรคครั้งแรกมักจะวินิจฉัยได้หลังจากมีอาการหลายเดือนแล้ว โดยเริ่มต้นจะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร มีผู้ป่วยส่วนน้อยที่จะเริ่มต้นด้วยอาการของข้ออักเสบเลย เเต่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีอาการไข้ ต่อมน้ำเหลืองโตและม้ามโต
- อาการของข้ออักเสบคือ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบวมตามข้อเช่น ข้อนิ้วมือ ฝ่ามือ ข้อนิ้วเท้า และฝ่าเท้า มากที่สุด แต่จะไม่พบที่ข้อปลายนิ้วมือและที่ข้อกระดูกสันหลังส่วนเอว
* ดังนั้นถ้ามีอาการปวดเอวเรื้อรังไม่ควรนึกถึงโรคข้อรูมาตอยด์
การที่ข้อบวมและปวดเกิดจากมีน้ำสะสมอยู่ในข้อ เยื่อบุข้อมีการหนาตัวขึ้นมา มีการหลั่งสารเคมีบางตัวที่ทำลายเซลล์ทำให้เกิดข้ออักเสบ นอกจากนี้เนื้อเยื่อที่อยู่รอบข้อก็มีการอักเสบด้วย เมื่อการอักเสบดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาหลายสิบปีมื่ออักเสบเป็นเวลานาน กระดูกอ่อนของข้อจะถูกทำลาย กระดูกที่อยู่รอบข้อเหล่าจะบางลง และในที่สุดจะเกิด พังผืดขึ้นมาแทนที่
ลักษณะการผิดรูปร่าง ของข้อต่างๆ และผลกระทบที่พบ ถ้าเป็นที่ข้อนิ้วมือและข้อมือ จะเกิดการผิดรูปได้ 3 แบบ ได้แก่
1. แบบรูปร่างคล้ายตัวหนังสือ Z (Z deformity) คือข้อมือจะงอออกด้านข้างในขณะที่ข้อนิ้วมือทั้งหมดงอเข้าด้านใน และมักพบข้อนิ้วมือส่วนต้นมีการเลื่อนหลุด
2. แบบคอห่าน (Swan neck deformity) ข้อนิ้วมือส่วนต้นจะเหยียดออกไปด้านหลังของมือ ทำให้ข้อนิ้วมือส่วนปลายงอเข้าหาฝ่ามือ
3. แบบ Boutonniere deformity คือข้อนิ้วมือส่วนต้นจะงอเข้าหาฝ่ามือ ทำให้ข้อนิ้วมือส่วนปลายเหยียดออกไปด้านหลัง
สำหรับข้อมือ นอกจากจะทำให้ขยับข้อไม่ได้และผิดรูปร่างแล้ว พังผืดรอบๆข้ออาจกดทับเส้นประสาทส่วนปลายได้ ทำให้มีอาการปวดชาหรือเสียวที่มือ และกล้ามเนื้อมือฝ่อลีบ
- ถ้าเป็นที่ข้อเท้า ข้อนิ้วเท้า ก็ทำให้ผิดรูปและอาจพิการจนเดินไม่ได้ แต่ไม่ได้มีลักษณะที่เฉพาะเหมือนกับที่มือ
- ถ้าเป็นที่ข้อศอก ข้อศอกจะหดงอ ยืดไม่ออก
- ถ้าเป็นที่ข้อเข่า ก็จะทำให้เข่าหดงอ อาจเดินไม่ได้ และมีถุงน้ำเกิดด้านข้อพับของเข่าได้
- ถ้าเป็นที่ข้อกระดูกสันหลังส่วนคอ อาจทำให้ข้อมีการเลื่อนหลุด และกระดูกที่เลื่อนหลุดอาจไปกดเส้นประสาทส่วนปลาย ทำให้มีอาการปวดชาหรือเสียวแขน มีแขนอ่อนแรงได้ หรือที่อันตรายคือไปกดทับไขสันหลัง ทำให้เป็นอัมพาตได้

โรคเก๊าท์ เกิดจากการมีกรดยูริกในเลือดมากเกินไป (hyperuricemia) ซึ่งสาเหตุของภาวะกรดยูริกในเลือดสูงมีคำอธิบายที่ยังไม่ชัดเจน แต่มีความเชื่อว่าปัจจัยทางด้านพันธุกรรมน่าจะมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ เกิดภาวะดังกล่าวเมื่อกรดยูริกในเลือดสูงขึ้น อาจตกผลึกในข้อต่อ ซึ่งจะกระตุ้นกระบวนการในระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการอักเสบ รวมถึงอาการปวด และบวมของข้อต่อ โดยพบว่า เพศชายมีโอกาสเป็นโรคเก๊าท์มากกว่าเพศหญิง
อาการของโรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์ในระยะเริ่มแรก คือมีอาการปวดแดงอย่างเฉียบพลัน โดยในช่วงวันแรกจะเป็นช่วงที่ปวดมากที่สุด และไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า จุดที่จะแสดงอาการก่อนส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้แก่นิ้วโป้งเท้า ตรงข้อเท้า และข้อเข่า หลังจากเวลาผ่านไปในวันที่สองอาการปวดก็จะเบาบางลงและหายปวดใน 5 - 7 วันหลังเกิดอาการ
อาการที่เด่นชัดของโรคเก๊าท์ คือ จะมีอาการอักเสบของข้อที่นิ้วหัวแม่เท้า ผู้ป่วยจะรู้สึกปวด รวมถึงสังเกตได้ว่าข้อเท้ามีอาการบวมแดงและร้อน อาการปวดมักจะเริ่มต้นในช่วงกลางคืน ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดอาจเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง
อาหารที่คนเป็นโรคเก๊าท์ควรงด
• เห็ด
• เนื้อสัตว์ปีกทุกชนิด
• เครื่องในสัตว์ทุกชนิด
• ไข่ปลา
• ปลาดุก, ปลาไส้ตัน, ปลาซาร์ดีน
• กุ้ง
• ผักชะอม, ผักกระถิน, ผักสะเดา
• กะปิ
• น้ำต้มกระดูก
• ซุปก้อน
โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท อาการของโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท อาจแสดงออกได้ทั้งบริเวณหลังและขา ซึ่งอาการปวด ชา หรืออาการขาออกเเรง หมายความว่าเกิดการรบกวนเส้นประสาทสันหลังที่วิ่งไปเลี้ยงที่ขา หมอนรองกระดูกที่เคลื่อนออกมามักทำให้เกิดอาการแบบฉับพลันเพราะมีการอักเสบที่รุนแรง
อาการที่หลัง : ปวดหลังบริเวณเอวส่วนล่าง อาจมีอาการที่หลังเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง มักมีอาการเมื่อนั่ง หรือการนั่งงอตัวไปทางด้านหน้าซึ่งเป็นท่าที่หมอนรองกระดูกได้รับแรงกดทับมากที่สุด
อาการที่ขา : อาการแสดงที่ขามีได้ 3 แบบ คือ อาการปวด ชา หรือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ อาการปวดหรือชาขาที่เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีลักษณะคือ มีอาการตามแนวที่เส้นประสาทวิ่งไป สามารถปวดได้ตั้งแต่บริเวณเอว ต้นขา น่อง ไปจนถึงบริเวณเท้าและนิ้วเท้าได้ การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อก็มีลักษณะคล้ายอาการปวดและชา คือจะมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อมัดที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทเส้นที่ถูกกดทับนั้น
สาเหตุหลักของโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท
* การยกของหนักด้วยท่าที่ไม่ถูกต้อง
* น้ำหนักตัวที่มากเกินไป
* นั่งทำงานด้วยอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องนานๆ
* อุบัติเหตุและการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลัง
โรคกระดูกพรุน คือ โรคกระดูกที่กระดูกเริ่มเสื่อมและบางลงเนื่องจากสูญเสียแคลเซียมที่สะสมในกระดูก โรคนี้จะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดนอกจากกระดูกแตกหรือหัก พบได้บ่อยบริเวณกระดูกสันหลัง สะโพก หรือข้อมือ รวมทั้งยังสามารถเกิดได้กับกระดูกส่วนอื่นๆ ของร่างกายอีกด้วย ทั้งนี้โรคกระดูกพรุนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกหักหรือกระดูกสันหลังผิดรูปในผู้สูงอายุ
สาเหตุของโรคกระดูกพรุนในเพศหญิง
- การสูญเสียฮอร์โมนเพศหญิงเนื่องจากหมดประจำเดือน เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของการเกิดโรคกระดูกพรุน โดย 25% ของสตรีที่มีอายุมากกว่า 60 ปีมักพบว่าเป็นโรคกระดูกพรุน
- การที่สตรีหมดประจำเดือนเร็วหรือได้รับการผ่าตัดรังไข่ทิ้งก่อนอายุ 45 ปี
- อายุที่มากขึ้น โดยเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี กระดูกจะบางลงทุก 1-3% ทุกปี
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน
- การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นประจำ
- การสูบบุหรี่
- การใช้ยาสเตียรอยด์
- ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล
- เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคตับ โรคทางเดินอาหารผิดปกติ
- มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
- คนเอเชียมีโอกาศเสี่ยงเป็นโรคมากกว่าเชื้อชาติอื่น
- การขาดวิตามินดีหรือแคลเซียม
- การโหมออกกำลังกายหรือ การอดอาหาร
วิธีการป้องกัน
- รับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ โดยเฉพาะแคลเซียมและวิตามินดีซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
- การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- การงดสูบบุหรี่
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์รวมถึงสารคาเฟอีน เนื่องจากมีผลในการทำลายกระดูก
- ตรวจร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากกว่า 50 ปีควรเข้ารับการตรวจวัดกระดูกเพื่อป้องกันการเสื่อมแต่เนิ่นๆ
คลิ๊กดูวีดีโอ
แชร์ประสบการณ์ผู้ใช้จริง เห็นผลชัดเจน
อาการ : ปวดมากๆ บริเวณเข่า ลุกก็ปวด นั่งก็ปวด เนื่องจากอักเสบและบวมมากๆ จนต้องดูดน้ำออกจากเข่า เพื่อลดอาการบวม และต้องฉีดยาระงับอาการบวมด้วย ใช้ชีวิตลำบากมาก
ช่วงแรก : ทาน "วีด้า-เอฟ" วันละ 2 แคปซูล อาการปวดต่างๆ ก็เริ่มเบาขึ้นมาก เดินได้สะดวกขึ้น อาการบวมลดลง เริ่มเดิน ลุก นั่ง คล่องตัวขึ้น
หลังจากนั้น : ทาน "วีด้า-เอฟ" ตอนนี้แทบจะไม่มีอาการปวดเลยและยังทานต่อเนื่องเพื่อบำรุงและป้องกัน
ช่วงแรก : ทาน "วีด้า-เอฟ" วันละ 2 แคปซูล อาการปวดเบาขึ้นมาก อาการบวมลดลง เริ่มเดินคล่องตัวมากขึ้น
หลังจากนั้น : ทาน "วีด้า-เอฟ" ปัจจุบันไม่มีอาการปวดแล้ว และยังทานต่อเนื่อง เพื่อบำรุงและป้องกัน
ช่วงแรก : ทาน "วีด้า-เอฟ" วันละ 2 แคปซูล รู้สึกอาการปวดเบาขึ้นมาก เสียงก๊อบแก๊บเริ่มหายไป อาการเสียงบริเวณข้อเข่าลดลง
หลังจากนั้น : ทาน "วีด้า-เอฟ" สามารถเดินได้เองโดยไมต้องใช้ไม้เท้าพยุง ประทับใจมากๆ ทานต่อเพื่อป้องกันและบำรง
ช่วงแรก : ทาน "วีด้า-เอฟ" วันละ 2 แคปซูล อาการปวดต่างๆ ก็เริ่มเบาขึ้นมาก เดินได้สะดวกขึ้น อาการบวมลดลง เริ่มเดิน ลุก นั่ง คล่องตัวขึ้น
หลังจากนั้น : ทาน "วีด้า-เอฟ" ตอนนี้แทบจะไม่มีอาการปวดเลยและยังทานต่อเนื่องเพื่อบำรุงและป้องกัน
ช่วงแรก : ทาน "วีด้า-เอฟ" วันละ 2 แคปซูลอาการปวดเบาขึ้นมาก อาการบวมลดลง เริ่มเดินคล่องตัวมากขึ้น
หลังจากนั้น : ทาน "วีด้า-เอฟ" ปัจจุบันไม่มีอาการปวดแล้ว และยังทานต่อเนื่อง เพื่อบำรุงและป้องกัน
อาการ : ปวดเข่ามากๆ มีเสียงดังก๊อบแก๊บบริเวณหัวเข่า ต้องใช้ไม้เท้าประคองเวลายืนและเดิน
ช่วงแรก : ทาน "วีด้า-เอฟ" วันละ 2 แคปซูล รู้สึกอาการปวดเบาขึ้นมาก เสียงก๊อบแก๊บเริ่มหายไป อาการเสียงบริเวณข้อเข่าลดลง
หลังจากนั้น : ทาน "วีด้า-เอฟ" สามารถเดินได้เองโดยไมต้องใช้ไม้เท้าพยุง ประทับใจมากๆ ทานต่อเพื่อป้องกันและบำรง





































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น